MUKETING · หน้าแรก / บทความการตลาด
Landing Page สำหรับ SME: 7 ส่วนที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจ
Landing Page สำหรับ SME คือหน้าที่จัดข้อมูลเพื่อให้คนจากแคมเปญเข้าใจข้อเสนอและทำขั้นตอนถัดไป เช่น ขอราคา จอง หรือสั่งซื้อ การมีหน้าเว็บไม่ได้รับประกันยอดขาย แต่หน้าเว็บที่ตอบคำถามครบและใช้ได้สะดวกช่วยลดความติดขัดที่ตรวจพบได้
บทความโดย MUKETING · คู่มือสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME
1. หัวข้อหลักต้องต่อเนื่องกับแอด
บอกว่าสินค้าหรือบริการคืออะไร เหมาะกับใคร และช่วยเรื่องใด ใช้ข้อเสนอเดียวกับที่ลูกค้าเห็นในแอด ถ้าแอดพูดถึงแพ็กเกจเฉพาะ หน้าเว็บควรแสดงแพ็กเกจนั้นทันทีแทนการให้ค้นหาในรายการบริการทั้งหมด
ใต้หัวข้อใส่คำอธิบายสั้นที่ตอบว่าได้อะไรและไปต่ออย่างไร หลีกเลี่ยงถ้อยคำรับประกันผลที่พิสูจน์ไม่ได้ เช่น เพิ่มยอดขายแน่นอน เพราะผลขึ้นกับสินค้า งบ และระบบขายด้วย
2. แสดงขอบเขต ราคา และเงื่อนไขที่จำเป็น
ระบุสิ่งที่รวมในบริการ สิ่งที่ไม่รวม ระยะเวลาส่งมอบ และข้อมูลที่ลูกค้าต้องเตรียม หากต้องประเมินราคาตามโจทย์ ให้บอกปัจจัยที่ใช้ประเมินและขั้นตอนขอราคาโดยไม่แต่งราคาเริ่มต้น
เมื่อมีหลายแพ็กเกจ ใช้ตารางที่เปรียบเทียบตามงานที่ได้รับจริง ลูกค้าควรเข้าใจความต่างโดยไม่ต้องทักถามทุกข้อ และทีมขายควรใช้คำอธิบายเดียวกัน
3. ใช้หลักฐานที่มีบริบทและตรวจสอบได้
แสดงตัวอย่างงานหรือคำรับรองที่ได้รับอนุญาตพร้อมบริบทที่จำเป็น กรณีมีตัวเลข ระบุช่วงเวลาและนิยาม เช่น ยอดขายรวมกับกำไรเป็นคนละตัวเลข และผลรายหนึ่งไม่ใช่คำรับประกันสำหรับทุกธุรกิจ
อย่าใช้โลโก้แบรนด์หรือข้อมูลลูกค้าเพื่อสื่อว่ามีความสัมพันธ์ที่ไม่จริง หากใช้ภาพแนวคิดให้ติดป้ายว่าเป็นภาพแนวคิด แยกจากผลงานที่ส่งมอบแล้ว
4. อธิบายขั้นตอนหลังติดต่อ
บอกว่าหลังส่งฟอร์มจะเกิดอะไรขึ้น เช่น ทีมรับโจทย์ นัดคุย และส่งข้อเสนอ ระบุเวลาติดต่อกลับเฉพาะเมื่อทีมทำได้จริง พร้อมช่องทางสำรองหากลูกค้ามีคำถามเร่งด่วน
ขั้นตอนที่ชัดช่วยลดความกังวลว่าการติดต่อเท่ากับต้องซื้อทันที และช่วยให้ทีมรับเรื่องด้วยข้อมูลที่ครบขึ้น
5. แบบฟอร์มควรขอข้อมูลเท่าที่ใช้จริง
เริ่มจากข้อมูลติดต่อและโจทย์หลัก หากต้องใช้งบหรือประเภทบริการเพื่อส่งต่อทีม ให้ถามด้วยตัวเลือกที่เข้าใจง่าย ตรวจข้อความผิดพลาดให้บอกวิธีแก้ และคงข้อมูลที่ลูกค้ากรอกเมื่อส่งไม่สำเร็จ
มีลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวที่อ่านได้ และทดสอบเส้นทางตั้งแต่กดส่งถึงผู้รับเรื่อง การเก็บข้อมูลสำเร็จแต่ไม่มีใครได้รับแจ้งยังถือว่าเส้นทางรับลูกค้าไม่ครบ
6. ใช้งานบนมือถือได้และภาพไม่ทำให้รอ
ตรวจหน้าเว็บในขนาดหน้าจอที่ลูกค้าใช้จริง ปุ่มกดต้องไม่ซ้อนกับแถบล่าง ข้อความต้องอ่านได้โดยไม่ขยาย และรูปภาพควรกำหนดขนาดเพื่อลดการขยับของเนื้อหา
เลือกขนาดภาพตามพื้นที่แสดงผล ลดไฟล์ใหญ่ที่ไม่จำเป็น และโหลดสื่อส่วนล่างเมื่อเหมาะสม ถ้ามีวิดีโอหรือเอฟเฟกต์หนัก ให้ดูว่าสิ่งนั้นช่วยลูกค้าตัดสินใจคุ้มกับเวลารอหรือไม่
7. วัดผลจากการกระทำที่เกิดขึ้นจริง
แยกเหตุการณ์กดปุ่มติดต่อออกจากส่งฟอร์มสำเร็จ เพราะการกดอาจไม่จบขั้นตอน และแยกทั้งสองออกจากลูกค้าที่ซื้อจริง ใช้ UTM เพื่อระบุแคมเปญโดยไม่ใส่ข้อมูลส่วนบุคคลใน URL
เปรียบเทียบข้อมูลหน้าเว็บกับระบบขายและคุณภาพลูกค้า หากทดสอบหน้า A กับ B ให้กำหนดสิ่งที่เปลี่ยนและตัววัดหลักก่อนเริ่ม อย่าสรุปจากยอดฟอร์มเพียงอย่างเดียวเมื่อคุณภาพของแต่ละหน้าแตกต่างกัน
เช็กลิสต์ก่อนปล่อยหน้าแคมเปญ
เปิดทุกลิงก์ ตรวจเบอร์โทรและ LINE ทดลองฟอร์มพร้อมติดป้ายรายการทดสอบ ตรวจข้อความยืนยัน และตรวจในมือถือ หากหน้าถูกสร้างเพื่อรับการค้นหา ควรมีชื่อหน้า คำอธิบาย และ canonical ตรงกับ URL จริง
หน้าแคมเปญเฉพาะกิจที่ข้อมูลหมดอายุควรวางแผนปรับหรือปิดอย่างเหมาะสม อย่าสร้างหลายหน้าที่เนื้อหาเหมือนกันเพื่อหวังจับคำค้น โดยไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างกัน
อ่านต่อเพื่อวางระบบการตลาด
ยิงแอดแล้วไม่มียอดขาย: เช็ก 5 จุดก่อนเพิ่มงบ
รับยิงแอด Facebook: SME ควรเตรียมอะไรและวัดผลอย่างไร
วางแผนคอนเทนต์ SME: ตัวอย่าง Content Plan 4 สัปดาห์
ดู บทความการตลาดทั้งหมด หรือ คุยโจทย์การตลาดกับทีม MUKETING เพื่อเลือกงานที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
อ้างอิงเรื่องการค้นพบหน้าเว็บ: Google Search Central: SEO Starter Guide
บริการที่เกี่ยวข้อง
ต้องการหน้าเว็บที่เชื่อมกับการติดต่อและการวัดผล? ดูบริการรับทำเว็บไซต์และ Landing Page สำหรับ SME เพื่อเตรียมโจทย์และคุยขอบเขตงานกับ MUKETING